เสนา ยกระดับ SENA Low Carbon ผนึก TOA ขับเคลื่อน Green Supply Chain ลดคาร์บอน Scope 3 สู่ Net Zero 2050
SENA ผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader) มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ เดินหน้ายกระดับแนวคิด SENA Low Carbon ผ่านกลยุทธ์ SENA Green Supply Chain – Carbon Product Reduction เพื่อร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยผนึกกำลังกับ TOA Paint ในฐานะ Strategic Green Partner ด้านผลิตภัณฑ์สี ฝ้าและยิปซัม ร่วมลดการปล่อยคาร์บอนตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการผลิตวัสดุการก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นายประกิต อัครเสรีนนท์ รองกรรมการผู้จัดการ และ นางสาวศรีวรัตน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาโครงการและผลิตภัณฑ์ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางสาวสุนทรี อภิชิต ผู้อำนวยการ สายงานโครงการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายภาพความร่วมมือในการขับเคลื่อน SENA Green Supply Chain สู่เป้าหมาย Net Zero 2050
นางสาวศรีวรัตน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาโครงการและผลิตภัณฑ์ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "วันนี้การลดคาร์บอนของภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากผู้พัฒนาโครงการเพียงฝ่ายเดียว เพราะกว่า 70% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นใน Scope 3 หรือห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุดในการบริหารจัดการ เสนาจึงยกระดับแนวคิด SENA Low Carbon ด้วยกลยุทธ์ SENA Green Supply Chain เพื่อชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดคาร์บอนร่วมกัน ตั้งแต่การเก็บข้อมูล วิเคราะห์ Carbon Footprint ของวัสดุ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการร่วมพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเราเชื่อว่าการบรรลุเป้าหมาย Net Zero จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน มากกว่าการดำเนินงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง"
“ภายใต้ความร่วมมือกับ TOA Paint ในฐานะ Strategic Green Partner ด้านผลิตภัณฑ์สี ฝ้าและยิปซัม บริษัทเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้างในโครงการต่าง ๆ เช่น SENA Park Grand SENA Grand Home PITI Sukhumvit 101 Niche Pride Ekkamai Niche Mono Flexi COZI และ SENA Kith ซึ่งเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับมาตรฐานและลักษณะการใช้งานของแต่ละแบรนด์ โดยได้นำร่องในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลด้านคาร์บอน ในโครงการคอนโดแบรนด์ COZI ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ได้แก่ COZI รามอินทรา–คู้บอน COZI บีทีเอส สะพานใหม่ COZI ศรีนครินทร์ 38 COZI ตากสิน–จอมทอง และ COZI ลาดพร้าว 107 พบว่าสามารถลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสียจากการก่อสร้าง (Construction Waste) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 88580 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 8800 ต้น
ทั้งนี้ SENA Green Supply Chain เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญภายใต้แนวคิด SENA Low Carbon ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้ง Value Chain ผ่านการสร้าง Low Carbon Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรในทุกขั้นตอนของ Supply Chain เพื่อพัฒนาและคัดเลือกวัสดุคาร์บอนต่ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทางการผลิตไปจนถึงการอยู่อาศัย ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย และร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 เพราะเสนาเชื่อว่า "การอยู่อาศัยที่ดี" ต้องดีต่อทั้งผู้คนและโลกอย่างยั่งยืน
ด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า TOA ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 ของประเทศไทย รวมถึงเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง วัสดุปกป้องพื้นผิว และวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ใส่ใจต่อผู้คน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ได้ ตรวจวัด รายงาน และรับการทวนสวบข้อมูลคาร์บอน
ฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) อย่างต่อเนื่อง จนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 ได้ถึง 22.6% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 รวมถึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีค่าคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ดังเห็นได้จากการได้รับฉลากลดโลกร้อน (CFR) มากที่สุดในประเทศไทย รับการรับรองมาตรฐานฉลาก EPD สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในการดำเนินงานของบริษัทเอง และของคู่ค้าตามกลยุทธ์ Green Partner ใน 7-Green
ในฐานะที่เราคือพันธมิตรธุรกิจสีเขียว (Green Partner) เราพร้อมร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในการ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ในทุกมิติของ Ecosystem ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการขับเคลื่อนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย Low Carbon อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบัน TOA ได้ประกาศจุดยืนอย่างแข็งแกร่งสู่ "ผู้นำ Total Solution for Living" ซึ่งเป็นการทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อตอบรับวิถีชีวิตแห่งอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการสร้าง "ความสุขในการอยู่อาศัย" ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
สำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเสนาดีเวลลอปเม้นท์ ภายใต้แนวคิด “SENA Low Carbon” ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนการลดคาร์บอนตลอดทั้ง Supply Chain โดยเฉพาะใน Scope 3 ผ่านการคัดเลือกวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก โดยเฉพาะสีทาอาคาร ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมความสวยงามของโครงการแล้ว ยังเป็นนวัตกรรมสีที่ช่วยประหยัดพลังงาน ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัย และมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ TOA ยังคงเดินหน้าเต็มกำลังสู่เป้าหมาย Net Zero GHG Emissions ภายในปี 2050 ผ่านกลยุทธ์ “7-Green” ที่นำมาปรับใช้จริงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น Green Production & Energy ที่มุ่งใช้พลังงานสะอาดและลดของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึง Greenovation & Green Certified ผ่านการพัฒนานวัตกรรมอย่าง SuperShield Organic Care ที่ใช้วัตถุดิบจากพืช สี SuperShield ที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดดได้สูงสุดถึง 99.2% ช่วยประหยัดพลังงาน สี Shield 2in1 4Seasons 2in1 สีนวัตกรรมผสมรองพื้นช่วยสะท้อนความร้อน ประหยัดน้ำ ลดขั้นตอนการทำงาน ลดขยะในงานก่อสร้าง และปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยด้วย Low VOC พร้อมได้รับการรับรองฉลาก EPD และฉลากลดโลกร้อน (CFR) มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งโครงการของเสนาได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพื่อส่งมอบบ้านที่ประหยัดพลังงานและปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ TOA ยังดำเนินโครงการ Green Reforestation เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยดูดซับคาร์บอน รวมถึงขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติ Green Partner & Value Chain เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
“ความร่วมมือกับเสนาดีเวลลอปเม้นท์ในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างสามารถร่วมกันพัฒนา Low Carbon Supply Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนที่ส่งผลดีต่อผู้อยู่อาศัย สังคม และโลก” นายจตุภัทร์ กล่าวสรุป