เวทีซัพพลายเชนไทย–จีนครั้งที่ 2 เดินหน้าต่อยอดลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต เสริมศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

   เมื่อ : 30 มี.ค. 2569

กรุงเทพฯ – 29 มีนาคม 2569 – ไทย–จีนเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการจัดงาน “การประชุมสุดยอดวิสาหกิจจีนเพื่อการลงทุนต่างประเทศ และการประชุมห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทย ครั้งที่ 2” ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2568 มุ่งยกระดับความร่วมมือ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาค

 

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางการปรับโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจายการลงทุนไปยังประเทศที่มีศักยภาพ โดยประเทศไทยได้รับการยอมรับในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอุตสาหกรรม และทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงตลาดอาเซียน

 

ภายในงานมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรธุรกิจจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและแนวโน้มการลงทุนในอนาคต รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมสำคัญ

คุณบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานและผู้อำนวยการบริหารสหพันธ์หอการค้าไทย–จีนและสมาคมธุรกิจต่าง ๆ กล่าวว่า “การกลับมาจัดงานอีกครั้งภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน สะท้อนถึงความสำเร็จและความต้องการของนักลงทุนจีนที่มีต่อประเทศไทย เวทีนี้ช่วยเปิดโอกาสให้ไทยนำเสนอศักยภาพด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการกระจายการลงทุนสู่ต่างประเทศ โดยประเทศไทยมีความพร้อมรองรับ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์”

คุณชุน ไพลินดีเลิศ นายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน กล่าวว่า “งานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงนักลงทุนจีนและไทย พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เครือข่ายธุรกิจไทย–จีนยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงพันธมิตร และสนับสนุนให้เกิดการเติบโตร่วมกันในระยะยาว”

คุณเว่ย หยง ประธานสมาคมอสังหาริมทรัพย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เวทีนี้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย–จีน ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลาง Supply Chain ของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือในทุกระดับของห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบ Supply Chain ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคในระยะยาว

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ