เมย์แบงก์ ประเทศไทย เดินหน้ากลยุทธ์ Digital Wealth Platform เปิดตัวแอปพลิเคชัน Maybank Invest เวอร์ชันใหม่ หนุนการลงทุนแบบ Multi-Asset มุ่งบริหารพอร์ตเพื่อความมั่งคั่งระยะยาว
ยกระดับจากแพลตฟอร์มซื้อขายหุ้น สู่เครื่องมือบริหารพอร์ตการลงทุน พร้อมแนวคิด Portfolio Intelligence และการลงทุนอย่างยั่งยืนสำหรับนักลงทุนไทย
บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เดินหน้ากลยุทธ์ Digital Wealth Platform เต็มรูปแบบ ปรับแพลตฟอร์มการลงทุนครั้งสำคัญ เปิดตัว Maybank Invest Application เวอร์ชันใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการลงทุนแบบ Multi-Asset เน้นบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีระบบ สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งยกระดับบทบาทจากแพลตฟอร์มการซื้อขาย ไปสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ด้านการเงินที่ช่วยนักลงทุนสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เมย์แบงก์เชื่อว่า การสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีโครงสร้างที่ดี คือหัวใจสำคัญของการลงทุนที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว มากกว่าการมุ่งเน้นเลือกซื้อสินทรัพย์รายตัวตามจังหวะของตลาด โดยการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเหมาะสมช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยง กระจายการลงทุน และรับมือกับความผันผวนของตลาดได้อย่างมีวินัย ซึ่งเป็นแนวทางที่เมย์แบงก์ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นในหมู่นักลงทุนไทย
นายอารภัฏ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภูมิทัศน์การลงทุนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนไม่ได้มองเพียงการซื้อขายสินทรัพย์รายตัวอีกต่อไป แต่ต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย และสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาแอป Maybank Invest (MBi) เวอร์ชันใหม่นี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับแพลตฟอร์มของเรา จากโบรกเกอร์ที่เน้นธุรกรรม ไปสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ทางการเงินที่ช่วยลูกค้าสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ตอกย้ำการเป็น Boutique Financial Advisory ที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ครบวงจร อีกทั้งยังยืดหยุ่นและเปิดกว้าง เหมาะกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม”
หัวใจสำคัญของแนวทางนี้ คือการทำให้การลงทุนที่เคยซับซ้อนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนไทยในวงกว้าง หรือที่เราเรียกว่า Democratized Investment ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์หรือผู้ลงทุนรุ่นใหม่ เราต้องการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย พร้อมข้อมูลและเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ”
แอป Maybank Invest (MBi) เวอร์ชันใหม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่บริหารพอร์ตการลงทุนด้วยตนเอง โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนมุมมองจากการลงทุนแบบเลือกสินทรัพย์รายตัว ไปสู่การบริหารพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยช่วยให้นักลงทุนสามารถเปลี่ยนคำถามจาก “วันนี้ควรเทรดหุ้นตัวไหนดี” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “พอร์ตการลงทุนของเรามีโครงสร้างที่แข็งแกร่งและเหมาะสมกับเป้าหมายระยะยาวหรือไม่”
แพลตฟอร์มใหม่นี้จึงมาพร้อมกับฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยสนับสนุนการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การตรวจสุขภาพพอร์ตการลงทุน ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถตรวจสอบสุขภาพพอร์ตของตนเองได้อย่างชัดเจน รวมถึงการแนะนำการจัดสรรสินทรัพย์ตามประเภทนักลงทุนที่ช่วยแนะนำแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับลักษณะและเป้าหมายของนักลงทุนแต่ละประเภท
นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายผ่านแนวคิด การลงทุนในทรัพย์ที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้สามารถกระจายการลงทุนและบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม โดยมีเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านประสบการณ์การใช้งาน แพลตฟอร์มยังได้รับการพัฒนาให้การส่งคำสั่งซื้อขายผ่านแอปได้โดยตรงง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการซื้อขายหุ้นเศษ (Odd lot) ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถทยอยสร้างพอร์ตการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นและสอดคล้องกับแผนการลงทุนระยะยาว
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของเวอร์ชันใหม่นี้ คือ การยกเลิกค่าธรรมเนียมขั้นต่ำสำหรับลูกค้าดิจิทัล หรือ ลูกค้าผู้ลงทุนที่ใช้งานแพลตฟอร์มโดยไม่มีผู้ดูแลบัญชี (Investment Consultant) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักลงทุนรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน โดยที่ผ่านมา การซื้อขายหุ้นจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 0.15% และมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาทต่อวัน แต่ในรูปแบบใหม่ ลูกค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลจะไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ทำให้นักลงทุนสามารถทยอยลงทุนในมูลค่าที่เหมาะสม กระจายความเสี่ยง และสร้างพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การเปิดตัว แอป Maybank Invest (MBi) เวอร์ชันใหม่นี้จึงสะท้อนทิศทางของเมย์แบงก์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัล ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นความสะดวกในการซื้อขายเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ ความฉลาดในการบริหารพอร์ต (Portfolio Intelligence) และการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเติบโตไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว