สถาบัน IBERD ลงนาม MOU 8 องค์กรภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ประกาศความร่วมมือบูรณาการพัฒนา “น้ำพุร้อนธรรมชาติไทย สู่เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ”

   เมื่อ : 28 ก.พ. 2569

สถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ (IBERD) ร่วมกับ 8 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) บูรณาการการบริหารจัดการแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ด้านพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ไทย- ญี่ปุ่น และต่างประเทศ สร้างเครือข่ายด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ด้วยสาขาน้ำพุร้อนไทยที่มีมาตรฐานสากล 

 

กรุงเทพมหานคร – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ (สถาบัน IBERD) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม และการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ร่วมกับ 8 หน่วยงานหลักจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ประกอบด้วย กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย   โดยมี  พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง   อดีตประธานคณะที่ปรึกษาสถาบัน IBERD นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนาม ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการสถาบัน IBERD เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากการที่ สถาบัน IBERD ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสถาบัน Japan Health Research Institute (JPHRI) ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปลายปี 2567 เพื่อแลกเปลี่ยนงานด้านวิชาการและประสบการณ์การดำเนินงานทางด้านการพัฒนาโครงการน้ำพุร้อน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 2573  สถาบัน IBERD จึงได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร ทั้ง 8 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว 

โดยการลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ด้านพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ไทย- ญี่ปุ่น และต่างประเทศ และเพื่อสร้างเครือข่ายด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ด้วยสาขาน้ำพุร้อนไทยที่มีมาตรฐานสากล โดยแผนกลยุทธ์หลัก ๔ ข้อ ได้แก่ การบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งต้นน้ำอย่างมีคุณภาพมาตรฐานสากล และยั่งยืนการใช้ประโยชน์เพื่อสุขภาพด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติ การดำเนินงานวิจัยน้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง และการวิจัยทางการตลาดและการต่อยอดธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์และบริการจากแหล่งน้ำบาดาลที่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการทรัพยากร องค์ความรู้ และเครือข่ายพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อน “น้ำพุร้อนธรรมชาติไทย” สู่การเป็นหนึ่งกลไกหลักของเศรษฐกิจเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยมีระยะเวลา 3 ปี (26 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2572) ซึ่งมีการกำหนดบทบาทสำคัญของแต่ละภาคส่วน ดังนี้

 

1. สถาบัน  IBERD ประสานขับเคลื่อนโครงการ   กับสถาบัน Japan Health and Research Institute

(JPHRI) ของประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ ประสบการณ์บริหารจัดการและการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง  พัฒนาศักยภาพบุคลากร ต่อยอดธุรกิจการตลาด  เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Economy) รวมถึงการประสานงานกับแหล่งทุน สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาแผนงานของโครงการ 

 

2. กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำบาดาลที่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ข้อมูลทางวิชาการด้านคุณภาพและศักยภาพน้ำบาดาลที่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่จะสามารถพัฒนานำมาใช้ประโยชน์เพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการสนับสนุนข้อมูลและประสานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล

 

3. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สนับสนุนส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้การใช้ประโยชน์น้ำพุร้อนธรรมชาติ ทั้งผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ เพื่อรักษาสุขภาพให้ดีขึ้น ลดความเสี่ยง ผลข้างเคียง การใช้น้ำพุร้อนที่ถูกสุขอนามัย (Hygiene) และเหมาะสมปลอดภัย (Health safety) ของสุขภาพแต่ละบุคคล ตามสถานที่แหล่งบริการน้ำพุร้อน ส่งเสริมการให้บริการเพื่อสุขภาพที่มีระบบมาตรฐานที่ดี รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการบริการสุขภาพแก่ประชาชนและชุมชน

 

4. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สนับสนุนด้านการวิจัย พัฒนา ส่งเสริม นำการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผสมผสานและบูรณาการข้อมูลวิชาการร่วมกับน้ำพุร้อนธรรมชาติ ด้วยการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้มาตรฐานและการเผยแพร่องค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประชาชนและชุมชน มีสุขภาพที่ดีในแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ 

 

5. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหน่วยงานหลัก ในเส้นทางสายอันดามัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานหลัก เส้นทางสายสงกรานต์ (ภาคเหนือ) และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นหน่วยงานหลัก เส้นทางสายประวัติศาสตร์ (ตะวันตก) สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้จากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ผ่านการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรในชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ รวมถึงประสานด้านการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

 

6. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับน้ำพุร้อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาและพัฒนาผู้ประกอบการด้านการตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับน้ำพุร้อนภายใต้กรอบแนวทาง PSGAM & II (Physical Wellness Sensory Wellness Gastro Wellness Artistic and Community Healing Medical & Scientific Integration Infrastructure Investment)

 

7. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสาขาเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ให้มีศักยภาพการแข่งขัน อย่างยั่งยืน รวมถึงให้คำปรึกษาด้านการวิจัย การดำเนินธุรกิจและการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่โครงการ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษเรื่อง “น้ำพุร้อนธรรมชาติ สู่เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy : โอกาสและความท้าทาย โดย ดร.เภสัชกรหญิง มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ น.ท.พญ.อรวรรณ กิจเชวงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ดร.อรวรรณ Medical Center ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพ นำเสนอแนวทางการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาธุรกิจสู่เศรษฐกิจเชิงสุขภาพของไทย และภูมิภาคอาเซียน

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ