พญาไท–เปาโล คว้า 2 รางวัลใหญ่ด้านการอนุรักษ์พลังงาน “Thailand Energy Awards 2025” มุ่งสู่ Net Zero 2050
กรุงเทพฯ — เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กรสุขภาพที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม หลัง โรงพยาบาลพญาไท 1 และ โรงพยาบาลเปาโล รังสิต คว้า 2 รางวัล Thailand Energy Awards 2025 ในสาขา รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารควบคุม ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศที่สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 และ นพ.สยาม พิเชฐสินธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล รังสิต พร้อมคณะผู้บริหารและทีมงาน เข้าร่วมรับรางวัล ท่ามกลางความภาคภูมิใจของบุคลากรทั้งสองโรงพยาบาล
ขับเคลื่อน ESG ในมิติสิ่งแวดล้อม: “ลดพลังงาน = ลดคาร์บอน” บนฐานการดูแลผู้ป่วยอย่างปลอดภัย
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนแนวทางของเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ในการวาง “การอนุรักษ์พลังงาน” เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อน ESG โดยเฉพาะมิติสิ่งแวดล้อม ควบคู่มาตรฐานการดูแลรักษาที่มีคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยในทุกกระบวนการ ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และทิศทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ตามนโยบายของ BDMS
นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นมากกว่าความสำเร็จด้านเทคนิค แต่คือ “หลักฐานเชิงประจักษ์” ของการยกระดับโรงพยาบาลให้เป็นพื้นที่การรักษาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงหัวใจสำคัญคือความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ “การลงทุนด้านระบบพลังงานและอาคารเขียว ช่วยให้เราบริหารทรัพยากรได้คุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ Green Hospital อย่างเป็นรูปธรรม”
ด้าน นพ.สยาม พิเชฐสินธุ์ กล่าวว่า การอนุรักษ์พลังงานจะยั่งยืนได้ ต้องเกิดจาก “ระบบ วัฒนธรรมองค์กร” โรงพยาบาลจึงให้ความสำคัญกับทั้งการยกระดับระบบวิศวกรรมอาคาร และการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
“พญาไท 1” ยกระดับระบบอาคารเขียวด้วย IoT–AI บริหารพลังงานแบบเรียลไทม์
โรงพยาบาลพญาไท 1 เดินหน้าพัฒนาแนวคิดอาคารเขียวและระบบบริหารจัดการพลังงาน ด้วยการประยุกต์ใช้ IoT & AI Dashboard ร่วมกับระบบ CPMS เพื่อควบคุมและติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่าน Line Application ช่วยให้ทีมวิศวกรรมสามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาพรวม
มาตรการสำคัญที่ดำเนินการ อาทิ ติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 236.98 kWp ติดตั้ง VSD ในระบบปั๊มน้ำและ Cooling Tower ปรับเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ครอบคลุมทั่วอาคาร พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการพลังงานผ่านแพลตฟอร์ม CILA เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ
“เปาโล รังสิต” ผสานแนวคิดอาคารประสิทธิภาพสูง ระบบปรับอากาศตามภาระโหลดจริง
โรงพยาบาลเปาโล รังสิต มุ่งเน้นการออกแบบและปรับปรุงระบบอาคารให้มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในมิติ “ลดความร้อนเข้าสู่อาคาร” และ “เพิ่มประสิทธิภาพระบบวิศวกรรม” อาทิ พัฒนาผนังและหลังคาเพื่อลดการถ่ายเทความร้อน ใช้ระบบปรับอากาศ Chiller ที่ทำงานตามภาระโหลดจริง เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED มากกว่า 2383 จุด ติดตั้ง Solar Roof ขนาด 76 kWp ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกแผนกผ่านการตรวจประเมิน เพื่อให้เกิดการปรับปรุงพลังงานอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ชัดเจน 4 ปี (พ.ศ. 2564–2567): ลดพลังงานกว่า 4.27 ล้านหน่วย ลดคาร์บอนกว่า 1622 ตัน
จากการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบในช่วงปี พ.ศ. 2564–2567 ส่งผลให้
• โรงพยาบาลพญาไท 1 ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 2673714.67 kWh และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1336.59 tCO₂eq
• โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 1597185 kWh และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 286 tCO₂eq
รวมทั้ง 2 โรงพยาบาล สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 4270899.67 kWh (กว่า 4.27 ล้านหน่วย หรือประมาณ 4.27 GWh) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 1622.59 tCO₂eq สะท้อนความสำเร็จเชิงรูปธรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานขององค์กร
ต่อเนื่องสู่มาตรฐานระดับภูมิภาค และมุ่งสู่ Net Zero Hospital
นอกจากรางวัลระดับประเทศในปีนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลพญาไท 1 ยังได้รับ ASEAN Energy Awards 2025 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยในเวทีระดับภูมิภาค
เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล จะยังคงเดินหน้าต่อยอดการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การขยายการใช้พลังงานทดแทน การสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ และการสื่อสารด้าน ESG ด้วย “หลักฐานและผลลัพธ์จริง” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero Hospital ภายในปี 2050 ควบคู่พันธกิจสำคัญคือการดูแลสุขภาพคนไทยด้วยมาตรฐานที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน