การเคหะแห่งชาติฉลอง 52 ปี สร้างบ้าน 7.5 แสนหน่วย คว้าอันดับ 1 ด้านโปร่งใส พร้อมเดินหน้านโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร

   เมื่อ : 04 ก.พ. 2568

กรุงเทพฯ – 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) แถลงผลงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 52 ปี เผยสร้างที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 754,971 หน่วย ครอบคลุมทุกโครงการสำคัญ เช่น บ้านเอื้ออาทร โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง และอาคารเช่า พร้อมประกาศความสำเร็จด้านธรรมาภิบาล คว้า คะแนน ITA 96.44 ครองอันดับ 1 หน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และอันดับ 10 ของรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ

 

ผลการดำเนินงาน 52 ปี: สร้างบ้านกว่า 7.5 แสนหน่วย

การเคหะแห่งชาติซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีภารกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดระยะเวลา 52 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 754,971 หน่วย ครอบคลุมโครงการสำคัญ เช่น

  • บ้านเอื้ออาทร
  • เคหะชุมชนและบริการชุมชน
  • โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง
  • โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้รับ คะแนน ITA ปี 2567 สูงถึง 96.44 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็ม ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของกระทรวง พม. และติดอันดับ 10 ของรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ

ปี 68 มุ่งสู่อนาคต: “5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร” และ “Housing for All”

 

การดำเนินงานในปี 2568 สอดรับกับนโยบาย “5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร” ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) โดยเน้นการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับทุกช่วงวัย (Housing for All) และพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่สำหรับประชากรทุกกลุ่ม (Community for All)

 

โดย รมว.พม. ยังได้ผลักดัน 9 โครงการ Flagship ต่อยอดนโยบาย 5X5 ฝ่าวิกฤตประชากร ซึ่งภารกิจที่การเคหะแห่งชาติได้รับมอบหมายจาก รมว.พม. ให้ดำเนินการ คือ บ้านสำหรับคนทุกช่วงวัย (Housing for all) ประกอบด้วย โครงการบ้านตั้งต้น (First Jobber) การเคหะแห่งชาติได้นำโครงการอาคารเช่ามาให้กลุ่มคนวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) ได้เช่าในราคาพิเศษ โดยคัดเลือกโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 8 โครงการ รวมทั้งสิ้น 1,428 หน่วย ให้เช่าในราคาเริ่มต้น 1,200 บาทต่อเดือน โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 30 กันยายน 2567 มีประชาชนทำสัญญาเช่า รวมทั้งสิ้น 540 หน่วย

นอกจากนี้ยังมียังมีโครงการอาคารเช่าพักอาศัยที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอีกจำนวน 12 โครงการ ประกอบด้วย สมุทรสาคร (กระทุ่มแบน 3) นครสวรรค์ 2 ระยะที่ 2 มหาสารคาม ลำปาง สุรินทร์ (สลักได) อุบลราชธานี กาญจนบุรี พังงา (ตะกั่วป่า) ชลบุรี (แหลมฉบัง) ระยะที่ 1 สมุทรปราการ (บางพลี) อุดรธานี (สามพร้าว) และเชียงใหม่ (หนองหอย) รวม 3540 หน่วย ปัจจุบันมีผู้ทำสัญญาเข้าอยู่อาศัยแล้ว จำนวน 1935 หน่วย และในปี 2568 ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกจำนวน 5 โครงการ 1594 หน่วย ได้แก่ ลพบุรี ระยะที่ 1 พระนครศรีอยุธยา (โรจนะ) ระยะที่ 1 ฉะเชิงเทรา (บางปะกง) หนองบัวลำภู และเพชรบุรี (โพไร่หวาน)  

 

ขณะที่ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 ได้แก่ อาคาร D1 สูง 35 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 612 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมในโครงการเคหะชุมชนดินแดง อาคารแฟลตที่ 23 - 32 ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบกุญแจให้กับผู้อยู่อาศัย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 จำนวน 397 ครัวเรือน และคาดว่าจะบรรจุผู้อยู่อาศัยเต็มจำนวนประมาณเดือนมิถุนายน 2568 ส่วน อาคาร A1 สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร 635 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมในโครงการเคหะชุมชนดินแดง อาคารแฟลตที่ 9 - 17 และอาคารแฟลตที่ 63 - 64 ปัจจุบันมีผลการดำเนินงานการก่อสร้างร้อยละ 18.40 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2569

ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยประเภทขาย การเคหะแห่งชาติได้จัดโปรโมชันลดราคา 5-20% เป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ให้กับประชาชนในนามกระทรวง พม. จำนวน 102 โครงการ และลดราคาพิเศษโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 47 โครงการ และวางเงินจองเริ่มต้น 1000 บาท ถึง 31 มีนาคม 2568 ที่จะถึงนี้ และหากประชาชนที่ต้องการซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติแล้วโดนปฏิเสธสินเชื่อ การเคหะแห่งชาติยังมี โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2563-2567 ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วจำนวน 1785.116 ล้านบาท สามารถช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านเป็นของตนเอง จำนวน 2758 ครัวเรือน แบ่งออกเป็น กลุ่มลูกค้าทั่วไป 2404 ราย และกลุ่มเปราะบาง 354 ราย และในปี 2568 การเคหะแห่งชาติได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน 388.800 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนได้ประมาณ 648 ราย

CSR และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

การเคหะแห่งชาติยังให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยมีโครงการ "บ้านสบายเพื่อยายตา" ปรับปรุงและสร้างบ้านใหม่ให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง 512 หลัง ใน 7 จังหวัด และตั้งเป้าดำเนินการ เพิ่มอีก 30 หลังในปี 2568

โครงการ "Smart Sustainable Community (SSC)" มุ่งยกระดับชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมี 4 มิติสำคัญ ได้แก่

  • เศรษฐกิจ
  • การมีส่วนร่วม
  • สุขภาพ
  • สิ่งแวดล้อม

ในปีที่ผ่านมา มีการคัดเลือก 2 ชุมชนต้นแบบ ได้แก่

  • บ้านเอื้ออาทรบางโฉลง (ผลประเมินความสุข 80.30%)
  • บ้านเอื้ออาทรพหลโยธิน กม.44 (79.40%)

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเสริมสร้างทักษะอาชีพให้แก่ประชาชนในชุมชน

 

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและรางวัลแห่งความสำเร็จ

การเคหะแห่งชาติยังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ด้วยการ ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และออกมาตรการพักชำระหนี้ 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้ ในปี 2567 การเคหะแห่งชาติยังได้รับ หลายรางวัลเกียรติยศ ได้แก่

  • องค์กรเกียรติยศ 2567 จากวุฒิสภา
  • รัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านพัฒนาที่อยู่อาศัยยั่งยืน ในงาน Siamrath Awards 2024
  • Friendly Design Awards 2024 สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อคนทั้งมวล
  • 2025 WOW Awards จากสมาคมสถาปนิกสยาม

ก้าวต่อไป: ที่อยู่อาศัยเพื่ออนาคต

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ย้ำถึงเป้าหมายในการสร้างที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนและรองรับทุกวัย โดยเฉพาะการออกแบบภายใต้หลัก Universal Design ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้ 10% ของโครงการรองรับผู้สูงอายุ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 20% ในปี 2568 พร้อมขยายต่อไปถึง 100% ในอนาคต

 

“ตลอด 52 ปีที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติยึดมั่นในการสร้างบ้านและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามวิสัยทัศน์ "สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี"” นายทวีพงษ์กล่าวปิดท้าย.

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ