รถ EV มาแรง! แอปเรียกรถ Maxim เผยยอดใช้งานพุ่งช่วงวิกฤติ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่

   เมื่อ : 29 ม.ค. 2568

แอปเรียกรถ Maxim เผยยอดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นสูงถึง 40% ท่ามกลางวิกฤติ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงมุมมองของคนในชุมชนต่อปัญหาคุณภาพอากาศ และการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบจากมลพิษในพื้นที่ มลพิษ PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทยหลายล้านคนโดยเฉพาะในด้านสุขภาพ ทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของแอปเรียกรถ Maxim ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่าการเผาไหม้ของเครื่องยนต์เป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของมลพิษ PM 2.5 โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 57% นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าเพียง 1 คัน ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ย 1.5 ตันต่อปี ซึ่งเป็นการช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เร่งด่วนนี้ได้โดยตรง 

 

“เราได้ตระหนักถึงปัญหามลพิษ PM 2.5 ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การเพิ่มบริการรถยนต์ไฟฟ้าเป็นการแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศโดยตรงและยังส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชนระยะยาว” นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ ผู้บริหารแอปพลิเคชัน Maxim ประเทศไทย กล่าว

 

“เราดีใจที่เห็นว่าผู้ใช้งานจำนวนมากให้ความสำคัญกับปัญหานี้เช่นเดียวกับเรา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้คนหันมาเลือกใช้รูปแบบการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เราขยายบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป” นายพงศ์พัฒน์ กล่าวเสริม

 

ปัจจุบัน แอปเรียกรถ Maxim มีรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้บริการกว่า 2500 คัน ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้โดยสารมีทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบายและยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแก้ไขวิกฤติทางอากาศได้โดยตรง แต่ยังแก้ไขปัญหาสุขภาพของคนในชุมชนได้ในระยะยาว