พญาไท–เปาโล คว้ารางวัลองค์กรนวัตรกรรมแห่งชาติจาก NIA สมัยที่ 3 ยกระดับจาก “ผู้สร้างนวัตกรรม” สู่การเป็น “ต้นแบบองค์กรนวัตกรรมสุขภาพ”

   เมื่อ : 05 ต.ค. 2569

กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล คว้ารางวัล นวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569 (National Innovation Awards 2026) ด้านองค์กรนวัตกรรม (Innovation Organization Award) เป็นสมัยที่ 3 จาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA สะท้อนพัฒนาการขององค์กรที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาคนและวัฒนธรรมองค์กร การสร้างองค์ความรู้และงานวิจัย ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริง ขยายผลสู่สังคม และต่อยอดเชิงพาณิชย์


ก้าวต่อไปของเครือโรงพยาบาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างนวัตกรรมเพื่อใช้ภายในองค์กร แต่เดินหน้ายกระดับสู่การเป็น “ต้นแบบองค์กรนวัตกรรมสุขภาพ” ที่สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากการดูแลผู้ป่วยให้เป็นโซลูชันที่สร้างคุณค่าในวงกว้าง ตั้งแต่การยกระดับคุณภาพบริการ เพิ่มโอกาสเข้าถึงการดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และต่อยอดนวัตกรรมสู่ภาคส่วนอื่น


การได้รับรางวัลเป็นสมัยที่ 3 ครั้งนี้ เป็นผลจากการพัฒนา Innovation Ecosystem ที่เชื่อมโยง “คน–ความรู้–งานวิจัย–การเรียนรู้–พันธมิตร” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยมี นายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล และ ดร.นิรุธ ศรีพวาทกุล ผู้อำนวยการสายพัฒนาคุณค่าธุรกิจและการเรียนรู้ เป็นผู้แทนองค์กรเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

จากวัฒนธรรม “ไม่หยุดพัฒนา” สู่ระบบที่ทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้จริง

ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เครือโรงพยาบาลฯ ยกระดับการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001:2024 ด้านการบริหารจัดการนวัตกรรม เปิดพื้นที่ให้บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานสนับสนุน นำ Pain Point จากการทำงานและการดูแลผู้ป่วย มาพัฒนาเป็นแนวคิด พัฒนาบริการ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ นำเสนอผ่านเวที The pPitch ซึ่งแต่ละปีจะมีโครงการส่งเข้าประกวดมากกว่า 100 โครงการ สะท้อนวัฒนธรรมที่ทำให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนางาน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเทคโนโลยีหรือโครงการขนาดใหญ่


เบื้องหลังการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรม คือการพัฒนาคนให้ “ไม่หยุดเรียนรู้และไม่หยุดพัฒนา” ผ่าน CIL (Center of Interactive Learning) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์มากกว่า 1000 หลักสูตร ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ Clinical Functional Passion-Based Learning และ Managerial Hybrid Learning เพื่อเสริมทั้งความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ทักษะการทำงาน ภาวะผู้นำ และ Future Skills ให้บุคลากรสามารถนำความรู้กลับไปพัฒนางานและต่อยอดสู่แนวคิดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง


ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศนวัตกรรมยังเชื่อมต่อกับ CPRIA (Center of Private Research and Innovation Accelerator) ที่สนับสนุนการต่อยอดงานวิจัย และ PIL (Phyathai Paolo Innovation Lab) ที่ช่วยผลักดันแนวคิดและต้นแบบตั้งแต่การทดลองใช้ ไปจนถึงการขยายผล ทำให้ Learning Research Innovation และ Implementation สามารถเชื่อมต่อและเกิดขึ้นได้ภายในระบบเดียวกัน

ไม่หยุดที่ “คิดได้” แต่ต้อง “ใช้ได้จริง และขยายผลได้”

อีกหนึ่งหัวใจของการเป็นองค์กรนวัตกรรม คือการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เกิดผลลัพธ์จริง ผลงานหลายโครงการของเครือโรงพยาบาลฯ จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงต้นแบบ แต่ได้รับการนำไปใช้จริงและขยายผลออกไปนอกองค์กร


ตัวอย่างเช่น Telecare บริการดูแลสุขภาพทางไกลที่ให้บริการสะสมแล้วกว่า 185000 เคส ครอบคลุม 111 คลินิก ใน 12 โรงพยาบาล ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพ ขณะที่ Laparo Bag (OR Bag) Shampoo Cart และ Med Cart เป็นตัวอย่างนวัตกรรมจากโจทย์หน้างานที่สามารถพัฒนาและขยายการใช้งานไปยังโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน สะท้อนการต่อยอดองค์ความรู้จากการดูแลผู้ป่วยสู่โซลูชันที่สร้างประโยชน์ให้ระบบบริการสุขภาพในวงกว้าง


พร้อมกันนี้ เครือโรงพยาบาลฯ ยังต่อยอดองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาสู่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมบริการในหลากหลายรูปแบบ รวมถึง Health Up All You Can Check Addwise Comorbid และโครงการ “คุณพระช่วย” โดยมุ่งให้นวัตกรรมสามารถสร้างทั้งคุณค่าต่อผู้รับบริการและโอกาสในการขยายผลเชิงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

จากองค์ความรู้ภายในองค์กร สู่คุณค่าที่แบ่งปันได้ในวงกว้าง

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของการก้าวสู่ต้นแบบองค์กรนวัตกรรม คือการทำให้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล ไม่หยุดอยู่เฉพาะภายในองค์กร แต่สามารถถ่ายทอด แลกเปลี่ยน และพัฒนาต่อยอดร่วมกับภาคส่วนอื่นทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และ Start-up เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะและระบบสุขภาพโดยรวม


เพื่อขยายองค์ความรู้และนวัตกรรมออกสู่ภายนอก เครือโรงพยาบาลฯ เดินหน้าสร้างความร่วมมือ กับทั้งภาคการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคอุตสาหกรรม อาทิ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) ในการพัฒนาหลักสูตร Infinite Hybride Learning : Business Beyond Boundaries ที่เชื่อมองค์ความรู้ด้าน Business Healthcare AI People และ Sustainability รวมถึงความร่วมมือกับ สถาบันอาหาร (National Food Institute: NFI) ในการเชื่อมความรู้ด้านการแพทย์ การวิจัย และเทคโนโลยีอาหาร เพื่อพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะบุคคล จากองค์ความรู้สู่การใช้งานจริงและโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังทำงานใกล้ชิดในการสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ สมาคมการค้าไทยเฮลท์เทค (THAT)


แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของโรงพยาบาลที่กำลังขยายจาก “ผู้ให้บริการด้านการรักษาพยาบาล” สู่ “พื้นที่สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมสุขภาพ” ที่สามารถนำความรู้จากการดูแลผู้ป่วยมาพัฒนา ถ่ายทอด และต่อยอดร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง

รางวัลไม่ใช่ปลายทาง แต่คือ Proof Point ของระบบที่เดินต่อได้

การได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติเป็นสมัยที่ 3 จึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของนวัตกรรมแต่ละโครงการ แต่เป็น Proof Point ของ Innovation Ecosystem ที่สามารถสร้างและต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาคนและองค์ความรู้ งานวิจัย บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการนำไปใช้จริง การขยายผล และการสร้างคุณค่าในมิติสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ


จากรากฐานดังกล่าว เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล เดินหน้าต่อยอดบทบาทจาก Innovation Organization สู่การเป็นต้นแบบองค์กรนวัตกรรมสุขภาพ ที่พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ เชื่อมโยงความร่วมมือ และขยายนวัตกรรมให้สร้างประโยชน์ในวงกว้าง เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ